ตุลาคม 2024

1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร 1.2 ออกแบบการจัดการเรียนรู้ 1.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ 1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1.6 ศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหา 1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน 1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน 2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศ 2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 2.3 ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่นๆ 2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย 3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ 3.3 นำความรู้ความสามารถทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ประชาสัมพันธ์ รางวัลและผลงาน วันสำคัญ วิธีการดำเนินงานให้บรรลุผล สภาพปัญหาการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
[ข่าว][slider1 autoplay]

 เข้าร่วมการประชุมคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ครั้งที่ 1 ภาคเรียนที่ 2/2567

เมื่อวันที่ 31 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 เวลา 13.30 น.นายอนันต์ เงาเดช ผู้อำนวยการสถานศึกษา นายสุปวีย์ ศรีวันทนาสกุล และนางจริยา ไชยพรม รองผู้อำนวยการ พร้อมด้วยข้าราชการครูโรงเรียนอนุบาลห้างฉัตร เข้าร่วมการประชุมคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ครั้งที่ 1 ภาคเรียนที่ 2/2567 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนของนักเรียนในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567






เข้าร่วมการประชุมการจัดทำแผนและเครื่องมือการประเมินสมรรถนะนักเรียน ปีการศึกษา 2567

เมื่อวันที่ 31 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 เวลา 10.00 น. นายอนันต์ เงาเดช ผู้อำนวยการสถานศึกษา มอบหมายให้ นายสุปวีย์ ศรีวันทนาสกุล และนางจริยา ไชยพรม รองผู้อำนวยการ พร้อมด้วยคณะครูหัวหน้าสายชั้น (นายรัตนตรัย ศรีมี หัวหน้าสายชั้ยป.6) เข้าร่วมการประชุมการจัดทำแผนและเครื่องมือการประเมินสมรรถนะนักเรียน ปีการศึกษา 2567





 ทำความสะอาดห้องเรียนต้อนรับเปิดภาคเรียนที่ 2/2567

                นายรัตนตรัย   ศรีมี ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 ห้องเรียน 732 ได้ทำความสะอาดห้องเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดเรียนภาคเรียนที่ 2/2567 ให้พร้อมต่อการจัดการเรียนรู้และมีบรรยากาศที่เหมาะสม สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย



วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล

      2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลห้างฉัตร ในเรื่องของมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

      2.2 ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยกระบวนการ Active Learning ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐาน โดยการจัดการเรียนการสอนแบบสร้างสรรค์มีทั้งหมด 5 ขั้นตอน ดังนี้

          1. ขั้นกระตุ้นความสนใจ คือ ผู้สอนกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนในเชิงบวก ในการจัดการเรียนการสอนแบบดั่งเดิมที่เราคุ้นชินมักจะใช้ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับต่างๆ หรือแม้กระทั่งการลงโทษเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในเนื้อหาบทเรียน ซึ่งเห็นได้ว่าผู้เรียนฟังผู้สอนแบบจำเป็นและเข้าเรียนแบบจำทนขาดความสนใจในบทเรียน

การจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐานจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้เรียนจะถูกกระตุ้นโดยใช้สื่อจากสื่อต่างๆ เช่น การนำปัญหาที่ผู้เรียนสนใจมากตั้งเป็นหัวข้อ สื่ออินโฟกราฟฟิกที่สร้างขึ้นเป็นภาพเคลื่อนไหว คลิปวีดิโอเหตุการณ์ เกม กิจกรรมเป็นตัวเลือกที่ดีในการกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน เพราะเด็กจะได้ฝึกทักษะ การสื่อสารด้านปฏิสัมพันธ์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น รู้จักแพ้ ชนะ และรู้จักปรับปรุงแก้ไขตนเอง เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญในเนื้อหาและเกิดความอยากเรียน อยากรู้ และอยากค้นหาคำตอบ

          2. ขั้นตั้งปัญหาและแบ่งกลุ่มตามความสนใจ เป็นการตั้งปัญหาและแบ่งกลุ่มผู้เรียนตามความสนใจ โดยจะให้ผู้เรียนค้นหาปัญหาที่ตนเองสงสัยและสนใจในบทเรียน เมื่อผู้เรียนพบหรือเห็นปัญหาแล้วจึงทำการแบ่งกลุ่มตามความสนใจตามจำนวนปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน ขั้นตอนนี้จะได้ผลดีมาก หากเกิดจากความสมัครใจ      ความสนใจ และความร่วมมือกันของผู้เรียน กระบวนการนี้จะเห็นได้ว่าผู้เรียนไม่ได้ถูกบังคับ ให้รู้ แต่เกิดจากความอยากรู้ ด้วยตนเอง และเมื่อเกิดความอยากรู้จึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนนั้นค้นหาเนื้อหาที่ตนเองต้องการซึ่งผู้เรียนนั้นพร้อมที่จะเปิดรับความรู้นั้นอย่างเต็มที่

               3. ขั้นค้นคว้าและคิด ขั้นนี้จะให้ผู้เรียนใช้เวลาในการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ผู้สอนคอยให้คำปรึกษาตามกลุ่มในเวลาที่ผู้เรียนมีปัญหา ผู้สอนจะต้องหักห้ามใจไม่ให้สอน แต่จะเปลี่ยนหน้าที่จากการสอนทั่วไปที่คอยบอกคำตอบและตัดสินความถูกต้อง เป็นผู้ให้คำปรึกษา ชี้แนะ และตอบคำถามด้วยคำถาม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด โดยหลีกเลี่ยงการตัดสิน และการอธิบายเนื้อหาอย่างละเอียดอันเป็นการส่งผลให้ผู้เรียนหมดอิสระทางความคิด แต่จะใช้วิธีการง่ายๆ เช่น การถามกลับ และผู้สอนจะเป็นแหล่งข้อมูลและสามารถแนะนำผู้เรียนให้หาความรู้จากแหล่งต่างๆ แนะนำให้ผู้เรียนรู้จักเลือกข้อมูลได้อย่างถูกต้อง สิ่งที่ได้จากขั้นตอนนี้เป็นทักษะการคิดและค้นคว้าหาคำตอบที่หลากหลาย

          4. ขั้นการนำเสนอ ผู้เรียนจะนำเสนอผลงานที่ตนได้ศึกษาค้นคว้าและคิดออกมาซึ่งเป็นผลงานที่เกิดความความทุ่มเทของผู้เรียน เมื่อผู้เรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน ผู้สอนจะให้ผู้เรียนนำเสนอตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่มีการแทรกแซงหรือแสดงความคิดเห็นหรือซักถามใดใด เมื่อจบการนำเสนอจะเปิดประเด็นให้มีการซักถามให้ผู้เรียนตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ตนเองได้ค้นคว้าหามา ถ้าหากข้อมูลที่หามานั้นไม่ถูกต้อง การซักถามในห้องเรียนจะเกิดประเด็นใหม่ๆ ที่ผู้เรียนนั้นจำเป็นต้องมีข้อมูลเพื่อตอบผู้ซักถามให้ถูกต้อง และผู้เรียนก็จะพบว่าข้อมูลของตนเองไม่ถูกต้องหรือต้องเพิ่มเติมตรงไหนบ้าง โดยผู้สอนจะคอยควบคุมคำถามและข้อคิดเห็นต่าง ๆ    ให้อยู่ในประเด็น หากผู้เรียนร่วมห้องไม่มีข้อซักถามหรือข้อสงสัยใดๆ ผู้สอนอาจจะเริ่มเป็นผู้ถามเองก็ได้เพื่อให้เกิดบรรยากาศของการซักถามเพื่อนำไปสู่การต่อยอดความรู้ใหม่ ๆ ที่ไกลกว่าเนื้อหาเดิม

          5. ขั้นการประเมินผล เป็นขั้นการประเมินผลกิจกรรมทั้งหมดที่ผู้เรียนได้ทำมา ประเมินผลทั้งด้านความรู้ (Knowledge) โดยการทำ-แบบทดสอบหรือทำแบบฝึกหัดต่างๆ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Skill/Process) เป็นการประเมินความสามารถในการปฏิบัติงานของผู้เรียนทั้งงานกลุ่มและงานเดี่ยว การนำเสนอและด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude/Attribute) โดยประเมินคุณลักษณะที่ผู้สอนอยากให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนด้วยวิธีการวัดและประเมินอย่างหลากหลายรวมทั้งให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินด้วย

ขั้นตอนจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-based Learning: CBL)

               2.3 เปิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ เพื่อนำมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน

               2.4 สร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐาน รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 พร้อมแบบวัดและประเมินผล

               2.5 ดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานเพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และวัดผลการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนรายบุคคล

               2.6 เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณจากการเครื่องมือ ดังนี้

2.6.1 แบบทดสอบการคิดวิเคราะห์

2.6.2 แบบสังเกตพฤติกรรม

2.6.3 แบบสัมภาษณ์สิ่งที่ได้รับจากการจัดการเรียนการสอน

2.6.4 ใบงาน/ ชิ้นงาน กิจกรรม

                2.7 วิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้

                               คะแนน 0.0 – 2.0 หมายถึง ควรปรับปรุง

                                คะแนน 2.1 – 4.0 หมายถึง พอใช้

คะแนน 4.1 – 6.0 หมายถึง ปานกลาง

คะแนน 6.1 – 8.0 หมายถึง ดีมาก

คะแนน 8.1 – 10 หมายถึง ดีเยี่ยม

                    2.8 สอบถามความพึ่งพอใจของผู้เรียนและนำปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนมาร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาผู้เรียนต่อไป

   3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง

          3.1 เชิงปริมาณ

3.1.1 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น

3.1.2 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐาน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก

3.2 เชิงคุณภาพ

                    3.2.1 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล เชื่อมโยง และอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

3.2.2 ผู้เรียนมีทักษะความคิดสร้างสรรค์เพิ่มสูงขึ้น

ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
             ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การปรับประยุกต์ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)

   ประเด็นท้าทาย เรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานเพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลห้างฉัตร

  1. สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้

    การจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-based learning) เป็นการเรียนการสอนในแบบ Active Learning เป็นการเรียนรู้ที่เสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนผ่านการลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ โดยมีผู้สอนเป็นโค้ช การจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐานมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เชิงลึกอย่างแท้จริง ผู้เรียนจะมีพื้นที่การเรียนรู้ของตนเองนำพลังความคิดและพลังสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตนเองออกมาสร้างให้เกิดประโยชน์ซึ่งในการจัดการเรียนการสอนแบบเดิมมักใช้กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือการลงโทษเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในเนื้อหาและบทเรียน เน้นการท่องจำและทำตามแบบที่วางไว้ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดขาดความสนใจในการเรียนและไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ แต่การจัดการเรียนการสอนเชิงสร้างสรรค์เป็นฐานจะกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ อยากรู้ อยากเรียน อยากค้นหาคำตอบ ถือเป็นปัจจัยความสำเร็จในการจัด การเรียนการสอน โดยการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานสามารถสรุปได้ ดังนี้ ผู้สอนจะกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนด้วยวิธีการอย่างหลากหลายที่เหมาะสมกับผู้เรียนและเนื้อหาสาระ จากนั้นผู้สอนแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่มให้ค้นคว้าเพื่อแก้ปัญหาที่ผู้เรียนคิดขึ้นมาหรือผู้สอนจัดมาให้ ผู้เรียนจะได้ฝึกการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา ฝึกความร่วมมือ เข้าใจความแตกต่างทางความคิดและวัฒนธรรม ใช้ทักษะการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ ทักษะด้านอาชีพ และผู้เรียนจะได้รับความรู้ใหม่ๆ จากการค้นคว้าและแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้เรียนและผู้เรียน ผู้สอนจะลดบทบาทออกมาเป็นผู้อำนวยการและยังส่งเสริมให้ผู้เรียนได้นำเสนอแนวคิดและแนวทางการแก้ไขปัญหานั้นร่วมกัน โดยในขั้นการประเมินผลผู้สอนจะเป็นผู้ประเมินหรือผู้เรียนประเมินก็ได้ด้วยวิธีการอย่างหลากหลายซึ่งการจัดการเรียนการสอนเชิงสร้างสรรค์เป็นฐาน ผู้เรียนมีโอกาสในการพัฒนาตนเองในทักษะด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหาทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรมทักษะความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ และทักษะด้านอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ เพื่อจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ความสามารถในการคิดและทักษะการคิดมีความสำคัญยิ่งในการจัดการศึกษาในปัจจุบัน เนื่องจากทักษะการคิดมีความจำเป็นในการดำรงชีวิต การเรียนรู้ตลอดชีวิต การปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายและประสบผลความสำเร็จ ในปัจจุบันเป็นยุคของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ว่าทักษะที่สำคัญที่สุดคือ ทักษะการคิดของบุคคลและทักษะชีวิต การเสริมสร้างและพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดสร้างสรรค์ ซึ่งทักษะการคิดวิเคราะห์เป็นทักษะที่สามารถทำให้ผู้เรียนขยายความรู้ ประสบการณ์ กระบวนการคิดของตนเองอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง มาร์ซาโน อธิบายว่ารูปแบบของพฤติกรรมการเรียนรู้จะประกอบด้วย 3 ระบบ คือ ระบบควบคุมตนเอง ระบบควบคุมการรู้คิด และระบบการรู้คิด โดยระบบควบคุมในตนเองส่งผลต่อการยอมรับการเรียนรู้เรื่องใหม่ ระบบควบคุมการรู้คิดจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการกำหนดเป้าหมายของการเรียนรู้นั้น โดยการออกแบบกลยุทธ์ต่างๆเพื่อบรรลุเป้าหมายของการเรียนรู้ นอกจากนี้ มาร์ซาโน กล่าวถึง การคิดวิเคราะห์ ประกอบด้วยความรู้ 3 ประเภทและกระบวนการจัดกระทำข้อมูล 6 ระดับ ประเภทของความรู้ ได้แก่ สารสนเทศ กระบวนการคิดและทักษะปฏิบัติ โดยมีกระบวนการจัดกระทำข้อมูล 6 ระดับ ดังนี้ ระดับที่ 1 การรวบรวม ระดับที่ 2 การเข้าใจ ระดับที่ 3 การวิเคราะห์ ระดับที่ 4 การใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์ ระดับที่ 5 การบูรณาการความรู้ และระดับที่ 6 การจัดระบบควบคุมตนเอง อีกทั้งกล่าวต่อว่า ทักษะการคิดประกอบด้วย ทักษะการจับคู้ ทักษะการจัดหมวดหมู่ ทักษะการเชื่อมโยงทักษะการสรุปความ และทักษะการประยุกต์

ในการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 128 คน ที่ผ่านมา พบว่า ผู้เรียนชั้นประถมศึกษา  ปีที่ 6 ในการจัดการเรียนการสอนในวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จากการทดสอบ การทำใบงาน ใบกิจกรรม และแบบฝึกหัด ผู้เรียนยังขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ จำแนกแยกแยก สังเคราะห์ และสรุปหรือในบางครั้งยังไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควร จากการทดสอบปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พบว่า ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยของ ผลการประเมินเท่ากับ 4.13 และอยู่ในเกณฑ์ระดับดีเยี่ยม ร้อยละ 0 ระดับดีมาก ร้อยละ 7.03 ระดับปานกลาง ร้อยละ 44.53 ระดับพอใช้ ร้อยละ 44.53 และระดับควรปรับปรุง ร้อยละ 3.91 แต่ผู้สอนเชื่อว่าผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลห้างฉัตร ปีการศึกษา 2567 สามารถพัฒนาให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่านี้ได้โดยการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนและการรับรู้ของผู้เรียนเพื่อให้ผู้เรียนได้ความสามารถในการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดีกว่านี้ได้









เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บตัวชี้วัด ว.PA 

ด้วยรูปแบบออนไลน์ (Blogger) 

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เวลา 08.30 น. นายอนันต์ เงาเดช ผู้อำนวยการสถานศึกษา และ นายสุปวีย์ ศรีวันทนาสกุล และนางจริยา ไชยพรม รองผู้อำนวยการ พร้อมด้วยข้าราชการครูโรงเรียนอนุบาลห้างฉัตร เข้าร่วมการการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บตัวชี้วัด ว.PA ด้วยรูปแบบออนไลน์ (Blogger) เพื่อใช้ในการจัดเก็บข้อมูลการในประเมินผลการปฏิบัติงานข้าราชการครูในปี พ.ศ. 2568












การจัดทำ AHS-SIS-602-ระบบบริหารจัดการชั้นเรียนห้อง 6/2 ปีการศึกษา 2567
ผู้เรียนและผู้ปกครองสามารถตรวจสอบ
1. สีงานกีฬาสี
2.สถานะการชำระเงินค่ารูปจบการศึกษา
3.การส่งเอกสารคาดว่าจะจบ
4.สถานะการชำระเงินค่าชาวต่างชาติ

ด้วยการพิมพ์รหัสนักเรียน หรือ นามสกุล

ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลจากระบบบันทึกข้อมูลผู้เรียน


                    ได้ดำเนินการ ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล โดยใช้ข้อมูลจาก ระบบบันทึกข้อมูลผู้เรียน ของสถานศึกษา ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐาน เช่น ประวัติส่วนตัว พฤติกรรมการเรียน ความสนใจพิเศษ สภาพแวดล้อมทางครอบครัว ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผ่านมา รวมถึงข้อมูลจากการสังเกตพฤติกรรม และการประเมินผลอย่างต่อเนื่องในแต่ละรายวิชา

                    การวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจ ศักยภาพ ความแตกต่าง และความต้องการจำเป็นเฉพาะบุคคลของผู้เรียน เพื่อนำไปสู่การวางแผนจัดการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง ทั้งในด้านวิชาการ พฤติกรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยเฉพาะการออกแบบกิจกรรมเสริม การจัดกลุ่มเรียนรู้ การแนะแนวรายบุคคล รวมถึงการให้คำปรึกษาและติดตามพัฒนาการของผู้เรียนอย่างใกล้ชิด

                    การดำเนินงานในส่วนนี้สะท้อนถึงบทบาทของครูในฐานะ ผู้ออกแบบการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนแต่ละคนได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มศักยภาพของตนเองอย่างรอบด้าน และเป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับแนวคิดของการศึกษาในศตวรรษที่ 21



อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียนในรายวิชาลูกเสือ

                    นายรัตนตรัย  ศรีมี ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนรายวิชาลูกเสือโดยมุ่งเน้นการ อบรมและพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ทั้งด้านวินัย ความรับผิดชอบ ความเสียสละ การทำงานเป็นทีม ความอดทน และความมีระเบียบวินัย ผ่านกระบวนการลูกเสือที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมการฝึกระเบียบแถว การเดินทางไกล การเข้าฐานผจญภัย การเรียนรู้ทักษะชีวิต การทำงานกลุ่ม และการบำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง

                    ตลอดการจัดการเรียนรู้ ได้ออกแบบกิจกรรมให้มีความสนุกสนาน ท้าทาย และสอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียนในแต่ละช่วงวัย พร้อมทั้งปลูกฝังเจตคติที่ดีต่อการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น การรู้จักช่วยเหลือเกื้อกูล และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเหมาะสม

                    การจัดกิจกรรมลูกเสือจึงมิใช่เพียงแค่การสอนทักษะเฉพาะทาง หากแต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการ สร้างเสริมความเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตอาสา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษา และวิสัยทัศน์ในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็น “คนดี คนเก่ง และมีความสุข”

   











ร่วมกิจกรรม Big Cleaning Day เตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน 2/2567

วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมกิจกรรม Big Cleaning Day เตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน 2/2567 เพื่อทำความสะอาดบริเวณภายในโรงเรียนเขตที่รับผิดชอบและทำความสะอาดห้องเรียน




ร่วมกิจกรรม “วันปิยมหาราช” วางพวงมาลาน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ 23 ตุลาคม 2567

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เวลา 08.00 น. นายอนันต์ เงาเดช ผู้อำนวยการสถานศึกษา ประธานชมรมครูอำเภอห้างฉัตร นายสุปวีย์ ศรีวันทนาสกุล และนางจริยา ไชยพรม รองผู้อำนวยการ พร้อมด้วยข้าราชการครูโรงเรียนอนุบาลห้างฉัตร ร่วมวางพวงมาลาในกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี พ.ศ. 2567 ณ ลานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอห้างฉัตร

วันที่ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวันสำคัญของชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรไทย พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณทั้งในด้านการปกครองบ้านเมืองและพระราชทาน ความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ประชาชนชาวไทยจึงพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญานามพระองค์ "พระปิยมหาราช” ความหมายว่า "พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน”






รางวัล ชมเชยอันดับ 2 ระดับประเทศ

การประกวดสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ

ประเภททีม 5 คน “เพชรสรภัญญ์” ประจำปี พ.ศ. 2567

ระดับประถมศึกษา ประเภททีมชาย

โดย ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม วัดชัยชนะสงครามและกรมการศาสนา

1. เด็กชายก้องภพ นามคำ

2. เด็กชายณัฐชนน เตาะไธสง

3. เด็กชายธนบัตร วงศ์ประเสริฐ

4. เด็กชายณัฐนันท์ สีหล้า

5. เด็กชายศุภกร จันตระกูล

ฝึกซ้อมโดย นายรัตนตรัย ศรีมี


Author Name

{picture#https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiO7IeVC5l7Gdwgjv2YwmNoMCA71G-erE1LDNmUT4V1hPe7sP8Y6ZVGhOuFbmzvHUhALvNa3sn4HAbajCAoJU2m_hQfgc2rRMFrVkT2IiYhXd0zVA6tIhF42SVsyo-0ukP6qkFLh7UuqArI/s1600/cm.jpg} YOUR_PROFILE_DESCRIPTION {facebook#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {twitter#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {google#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {pinterest#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {youtube#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {instagram#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL}

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

รูปภาพธีมโดย RBFried. ขับเคลื่อนโดย Blogger.