1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร 1.2 ออกแบบการจัดการเรียนรู้ 1.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ 1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1.6 ศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหา 1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน 1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน 2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศ 2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 2.3 ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่นๆ 2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย 3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ 3.3 นำความรู้ความสามารถทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ประชาสัมพันธ์ รางวัลและผลงาน วันสำคัญ วิธีการดำเนินงานให้บรรลุผล สภาพปัญหาการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
[ข่าว][slider1 autoplay]

วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล

      2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลห้างฉัตร ในเรื่องของมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

      2.2 ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยกระบวนการ Active Learning ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐาน โดยการจัดการเรียนการสอนแบบสร้างสรรค์มีทั้งหมด 5 ขั้นตอน ดังนี้

          1. ขั้นกระตุ้นความสนใจ คือ ผู้สอนกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนในเชิงบวก ในการจัดการเรียนการสอนแบบดั่งเดิมที่เราคุ้นชินมักจะใช้ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับต่างๆ หรือแม้กระทั่งการลงโทษเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในเนื้อหาบทเรียน ซึ่งเห็นได้ว่าผู้เรียนฟังผู้สอนแบบจำเป็นและเข้าเรียนแบบจำทนขาดความสนใจในบทเรียน

การจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐานจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้เรียนจะถูกกระตุ้นโดยใช้สื่อจากสื่อต่างๆ เช่น การนำปัญหาที่ผู้เรียนสนใจมากตั้งเป็นหัวข้อ สื่ออินโฟกราฟฟิกที่สร้างขึ้นเป็นภาพเคลื่อนไหว คลิปวีดิโอเหตุการณ์ เกม กิจกรรมเป็นตัวเลือกที่ดีในการกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน เพราะเด็กจะได้ฝึกทักษะ การสื่อสารด้านปฏิสัมพันธ์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น รู้จักแพ้ ชนะ และรู้จักปรับปรุงแก้ไขตนเอง เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญในเนื้อหาและเกิดความอยากเรียน อยากรู้ และอยากค้นหาคำตอบ

          2. ขั้นตั้งปัญหาและแบ่งกลุ่มตามความสนใจ เป็นการตั้งปัญหาและแบ่งกลุ่มผู้เรียนตามความสนใจ โดยจะให้ผู้เรียนค้นหาปัญหาที่ตนเองสงสัยและสนใจในบทเรียน เมื่อผู้เรียนพบหรือเห็นปัญหาแล้วจึงทำการแบ่งกลุ่มตามความสนใจตามจำนวนปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน ขั้นตอนนี้จะได้ผลดีมาก หากเกิดจากความสมัครใจ      ความสนใจ และความร่วมมือกันของผู้เรียน กระบวนการนี้จะเห็นได้ว่าผู้เรียนไม่ได้ถูกบังคับ ให้รู้ แต่เกิดจากความอยากรู้ ด้วยตนเอง และเมื่อเกิดความอยากรู้จึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนนั้นค้นหาเนื้อหาที่ตนเองต้องการซึ่งผู้เรียนนั้นพร้อมที่จะเปิดรับความรู้นั้นอย่างเต็มที่

               3. ขั้นค้นคว้าและคิด ขั้นนี้จะให้ผู้เรียนใช้เวลาในการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ผู้สอนคอยให้คำปรึกษาตามกลุ่มในเวลาที่ผู้เรียนมีปัญหา ผู้สอนจะต้องหักห้ามใจไม่ให้สอน แต่จะเปลี่ยนหน้าที่จากการสอนทั่วไปที่คอยบอกคำตอบและตัดสินความถูกต้อง เป็นผู้ให้คำปรึกษา ชี้แนะ และตอบคำถามด้วยคำถาม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด โดยหลีกเลี่ยงการตัดสิน และการอธิบายเนื้อหาอย่างละเอียดอันเป็นการส่งผลให้ผู้เรียนหมดอิสระทางความคิด แต่จะใช้วิธีการง่ายๆ เช่น การถามกลับ และผู้สอนจะเป็นแหล่งข้อมูลและสามารถแนะนำผู้เรียนให้หาความรู้จากแหล่งต่างๆ แนะนำให้ผู้เรียนรู้จักเลือกข้อมูลได้อย่างถูกต้อง สิ่งที่ได้จากขั้นตอนนี้เป็นทักษะการคิดและค้นคว้าหาคำตอบที่หลากหลาย

          4. ขั้นการนำเสนอ ผู้เรียนจะนำเสนอผลงานที่ตนได้ศึกษาค้นคว้าและคิดออกมาซึ่งเป็นผลงานที่เกิดความความทุ่มเทของผู้เรียน เมื่อผู้เรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน ผู้สอนจะให้ผู้เรียนนำเสนอตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่มีการแทรกแซงหรือแสดงความคิดเห็นหรือซักถามใดใด เมื่อจบการนำเสนอจะเปิดประเด็นให้มีการซักถามให้ผู้เรียนตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ตนเองได้ค้นคว้าหามา ถ้าหากข้อมูลที่หามานั้นไม่ถูกต้อง การซักถามในห้องเรียนจะเกิดประเด็นใหม่ๆ ที่ผู้เรียนนั้นจำเป็นต้องมีข้อมูลเพื่อตอบผู้ซักถามให้ถูกต้อง และผู้เรียนก็จะพบว่าข้อมูลของตนเองไม่ถูกต้องหรือต้องเพิ่มเติมตรงไหนบ้าง โดยผู้สอนจะคอยควบคุมคำถามและข้อคิดเห็นต่าง ๆ    ให้อยู่ในประเด็น หากผู้เรียนร่วมห้องไม่มีข้อซักถามหรือข้อสงสัยใดๆ ผู้สอนอาจจะเริ่มเป็นผู้ถามเองก็ได้เพื่อให้เกิดบรรยากาศของการซักถามเพื่อนำไปสู่การต่อยอดความรู้ใหม่ ๆ ที่ไกลกว่าเนื้อหาเดิม

          5. ขั้นการประเมินผล เป็นขั้นการประเมินผลกิจกรรมทั้งหมดที่ผู้เรียนได้ทำมา ประเมินผลทั้งด้านความรู้ (Knowledge) โดยการทำ-แบบทดสอบหรือทำแบบฝึกหัดต่างๆ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Skill/Process) เป็นการประเมินความสามารถในการปฏิบัติงานของผู้เรียนทั้งงานกลุ่มและงานเดี่ยว การนำเสนอและด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude/Attribute) โดยประเมินคุณลักษณะที่ผู้สอนอยากให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนด้วยวิธีการวัดและประเมินอย่างหลากหลายรวมทั้งให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินด้วย

ขั้นตอนจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-based Learning: CBL)

               2.3 เปิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ เพื่อนำมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน

               2.4 สร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐาน รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 พร้อมแบบวัดและประเมินผล

               2.5 ดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานเพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และวัดผลการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนรายบุคคล

               2.6 เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณจากการเครื่องมือ ดังนี้

2.6.1 แบบทดสอบการคิดวิเคราะห์

2.6.2 แบบสังเกตพฤติกรรม

2.6.3 แบบสัมภาษณ์สิ่งที่ได้รับจากการจัดการเรียนการสอน

2.6.4 ใบงาน/ ชิ้นงาน กิจกรรม

                2.7 วิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้

                               คะแนน 0.0 – 2.0 หมายถึง ควรปรับปรุง

                                คะแนน 2.1 – 4.0 หมายถึง พอใช้

คะแนน 4.1 – 6.0 หมายถึง ปานกลาง

คะแนน 6.1 – 8.0 หมายถึง ดีมาก

คะแนน 8.1 – 10 หมายถึง ดีเยี่ยม

                    2.8 สอบถามความพึ่งพอใจของผู้เรียนและนำปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนมาร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาผู้เรียนต่อไป

   3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง

          3.1 เชิงปริมาณ

3.1.1 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น

3.1.2 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เป็นฐาน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก

3.2 เชิงคุณภาพ

                    3.2.1 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล เชื่อมโยง และอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

3.2.2 ผู้เรียนมีทักษะความคิดสร้างสรรค์เพิ่มสูงขึ้น

แสดงความคิดเห็น

Author Name

{picture#https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiO7IeVC5l7Gdwgjv2YwmNoMCA71G-erE1LDNmUT4V1hPe7sP8Y6ZVGhOuFbmzvHUhALvNa3sn4HAbajCAoJU2m_hQfgc2rRMFrVkT2IiYhXd0zVA6tIhF42SVsyo-0ukP6qkFLh7UuqArI/s1600/cm.jpg} YOUR_PROFILE_DESCRIPTION {facebook#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {twitter#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {google#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {pinterest#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {youtube#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {instagram#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL}

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

รูปภาพธีมโดย RBFried. ขับเคลื่อนโดย Blogger.